ผลกระทบของกำลังรับแรงดึงสูงสุดและระยะห่างระหว่างชั้นของตาข่ายเสริมกำลังแบบสองทิศทางที่มีต่อกำลังอัดและการเสียรูปของทรายเสริมกำลัง

  • อรอนง สุมะนัสชัย ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • วรัช ก้องกิจกุล
คำสำคัญ: กำลังรับแรงอัด, กำลังรับแรงดึงของวัสดุเสริมแรง, ตาข่ายเสริมแรง, แรงอัดสามแกน, ระยะห่างระหว่างชั้นของวัสดุเสริมแรง

บทคัดย่อ

การออกแบบโครงสร้างดินเสริมกำลัง (GRS) ในปัจจุบันได้มีการนำเสนอแนวคิดที่ว่า โครงสร้างดินที่เสริมกำลังด้วยวัสดุเสริมแรงที่มีอัตราส่วนระหว่างกำลังรับแรงดึงสูงสุดและระยะห่างของวัสดุเสริมกำลัง (Tult/Sv) เท่ากันจะให้กำลังอัดสูงสุดเท่ากัน อย่างไรก็ตามจากการศึกษาจำนวนมากพบว่าแนวคิดนี้ไม่ถูกต้องนัก นอกจากนี้ งานวิจัยในอดีตมักใช้การทดสอบแรงอัดแบบระนาบความเครียดในงานวิจัยนี้ได้นำตาข่ายเสริมแรงสองทิศทาง (biaxial geogrid) ประเภท โพลีเอสเตอร์ (Polyester) ที่มี Tult แตกต่างกัน 4 ค่า ได้แก่ 40, 60, 80 และ 120 kN/m มาเสริมแรงกับตัวอย่างทรายแล้วทำการทดสอบแรงอัดสามแกน (Triaxial compression test) การศึกษานี้กำหนดให้ค่า Tult/Sv หรือ TVR เท่ากับ 500, 1000 และ 1500 kN/m/m ดังนั้นจำนวนชั้นของตาข่ายเสริมกำลังจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละกรณี ทั้งนี้เพื่อที่จะมุ่งศึกษาอิทธิพลของค่ากำลังรับแรงดึงสูงสุด เมื่ออัตราส่วน TVR มีค่าคงที่ และ อิทธิพลของค่าอัตราส่วน TVR เมื่อ Tult มีค่าคงที่ ผลการศึกษาพบว่าการเสริมกำลังด้วยตาข่ายเสริมกำลังที่มีค่า Tult ต่ำแต่เสริมถี่ ๆให้ค่ากำลังอัดสูงสุดมากกว่า เสริมด้วยตาข่ายเสริมกำลังที่มีค่า Tult สูงแต่เสริมห่างๆ ในทางเดียวกันการเสริมกำลังด้วยตาข่ายเสริมกำลังที่มีค่า Tult ต่ำแต่เสริมถี่ ๆทำให้ตัวอย่างมีการเสียรูปด้านข้างที่น้อยกว่าการเสริมด้วยตาข่ายเสริมกำลังที่มีค่า Tult สูงแต่เสริมห่างๆ

จำนวนการดาวน์โหลด

ยังไม่มีข้อมูลการดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
2020-07-08
How to Cite
[1]
สุมะนัสชัยอ. และ ก้องกิจกุลว. 2020. ผลกระทบของกำลังรับแรงดึงสูงสุดและระยะห่างระหว่างชั้นของตาข่ายเสริมกำลังแบบสองทิศทางที่มีต่อกำลังอัดและการเสียรูปของทรายเสริมกำลัง. การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25. 25, (ก.ค. 2020), GTE07.

แนะนำบทความที่มีผู้เขียนคนเดียวกันกับบทความนี้